โมร็อคโค..พบแทงเจียร์ | To Morocco, Meet Tangier

ตีพิมพ์ 10 กรกฏาคม 2553, @Taste, นสพ. กรุงเทพธุรกิจ | Published 10 July 2010, @Taste section, Krungthep Thurakij newspaper.

ก็แล้วแต่ว่าใครจะอ่านหนังสือนำเที่ยวเล่มใด แต่สำหรับฉันการข้ามช่องแคบยิบรอลต้ามาแทงเจียร์เป็นความฝันที่อยากทำทันทีเมื่อดูหนังเรื่อง The Bourne Ultimatum จบลง ในหนังนั้นบอร์นข้ามฟากไปแทงเจียร์ด้วยเรือเฟอรรี่ มีฉากหนึ่งที่เขาและนางเอกยืนมองวิวแทงเจียร์ เมืองด่านหน้าของโมร๊อคโคที่อยู่เหนือสุดของทวีปอัฟริกาเหนือ ก็เมื่อก่อนใครที่จะมาประเทศนี้ ก็จะใช้เมืองนี้แหละเป็นฐานตั้งสำคัญก่อนเดินทางไปเมืองอื่น ทำให้แทงเจียร์ หรือทองเจียร์ (Tangier, Tanger) เป็นเมืองที่มีความเป็นฝรั่งที่สุด และมีประวัติศาสตร์เกี่ยวเนื่องกับต่างชาติมากที่สุดของโมร๊อคโคอีกด้วย | Depending on which guide book you read, but for me the dream of crossing the Strait of Gibraltar to Tangier arose as soon as I watched the ‘Bourne Ultimatum’ movie featuring a scene when Bourne and Nikky were standing on the deck of the ferry on route to Tangier (where hand battles and roof-top hopping were the major scenes, and of course the blowing of the ubiquitous Mercedes). Tangier or Tanger was and still is the major town of all Morocco; it is the most westernized town thanks to the 1923 International Status that divided the town into 8 colonized quarters including French, Spanish, British and Italian for instance.

เราสามารถขึ้นเรือเฟอรรี่จากสเปนข้ามฟากมาแทงเจียร์ได้หลายท่า จะมาจากท่ายิบรอลต้าเลยก็ได้ หรือจะออกจากท่าอัลจาซีร่าห์ (Algeciras) หรือจะขับรถมาที่ท่าทารีฟา (Tarifa) ที่เป็นติ่งใต้สุดของสเปนก็ได้ เพราะตรงนี้จะข้ามช่องแคบได้เร็วที่สุดเพราะทะเลช่องแคบที่สุด และเขาใช้เรือเฟอรรี่ขนาดใหญ่ที่ต่อจากเมืองแทสมาเนียของออสเตรเลีย ใหม่ทันสมัยและปลอดภัย และใช้เวลาข้ามฟากจากทวีปยุโรปมาอัฟริกาด้วยเวลาเพียง 35นาทีเท่านั้น เรือใหญ่นี่สำคัญมากเพราะช่องแคบยิบรอลตาร์ (Strait of Gibraltar) นี้ แม้จะแคบแต่ก็ได้ชื่อว่ามีคลื่นลมแรงกระโชก ขาไปเราเจอคลื่นลมสงบนิ่งดี ก็เลยไม่รู้ซึ้งถึงคำว่าคลื่นลมแรงเท่าไหร่ แต่ขากลับนั้นขอบอกว่าแค่ยื่นหน้าออกไปที่เฉลียงเรือหวังจะไปถ่ายรูปแบบในหนังก็ไม่สามารถทำได้แล้วล่ะค่ะ | Crossing the Strait of Gibraltar to Tangier can be done at Gibraltar, Algeciras or here at Tarifa, one of the most historic point in the rich history of Spain and Morocco and the narrowest point between the two continents. It takes just 35 minutes from Tarifa to Tangier and the fact that the ferry fleet of this company is big, new and stable is a big plus. The Peninsula is famous for being extremely windy and you appreciate a bigger ferry just for that. แต่การข้ามทวีปไปโมร๊อคโคจากสเปนนั้น แม้จะดูโรแมนติกราวกับหนังในจินตนาการ แต่ความจริงก็คือว่า รัฐบาลสเปนมีเทคนิคในการเก็บนักท่องเที่ยวไว้ที่ประเทศตนเอง โดยการทำให้การตรวจคนเข้าเมืองในด่านต่างๆ เหล่านี้ช้า ยุ่งยาก และน่าเบื่อมาก โดยหวังว่านักท่องเที่ยวจะเปลี่ยนใจหันหลังกลับ ไม่ไปโมร๊อคโคแล้วกลับไปใช้เงินท่องเที่ยวที่สเปนต่อไป ทั้งๆ ที่มีตั๋วเรืออยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว พวกเราทุกคนก็ต้องลงจากรสบัสเพื่อมาต่อคิวตรวจคนเข้าเมืองตรงท่าเรือนี่แหละ ไม่ว่าคุณจะถือพาสปอร์ตเชงเก้น สหรัฐ หรือประเทศใดก็ตาม สิ่งที่ต้องทำเหมือนกันหมดก็คือรอให้เจ้าหน้าที่ของสเปนตื่นจากเซียสต้ามาทำงานกันซักที ยืนรอจองคิวไว้อย่างนั้นไปได้เป็นชั่วโมงๆ ทีเดียวค่ะ และในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ยุรยาตรร่างกายออกมาจากห้องพัก ค่อยๆ สแตมป์พาสปอร์ตของผู้โดยสารทีละคน ๆ ที่ค่อยๆ ทยอยขึ้นเรือลำใหญ่ที่จอดรออยู่นานแล้วค่ะ | Knowing that many people come to Southern Spain just to board their way to Morocco, the Spanish government does everything they can to hamper the border-crossing procedure. Their long siesta is a fantastic excuse. Siesta means people have to wait, standing to secure the queue, for the immigration officer to ‘resume’ their work after the siesta hours, slowly stamping our passport away one by one, for us to board the patiently waiting ferry.

แต่มหกรรมการเข้าโมร๊อคโคของเรายังไม่สิ้นสุดแต่เพียงเท่านั้น ไกด์นำทางของเราคือคนอังกฤษ “นายสตีฟ” ที่ได้ชื่อว่าเชี่ยวชาญเรื่องสเปนและโมร๊อคโคมากและได้รับเลือกจากบริษัททัวร์ชั้นนำอย่าง Insight Vacations ของอังกฤษให้เป็นผู้นำทางเราในครั้งนี้ แน่นอนว่าชายสูงวัยชาวอังกฤษผู้นี้จะเคยนำนักท่องเที่ยวมาตะลุยโมร๊อคโคในเส้นทางเดียวกันนี้มากหลายสิบครั้ง จมูกเขาย่อมไวเป็นพิเศษเมื่อเห็นรถบัสของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีที่จอดเทียบท่าอยู่ทีทารีฟา สตีฟดูเครียดขึ้นมาทันทีแล้วบอกว่า “เวลาขึ้นเรือให้รีบหน่อย และให้เดินติดๆ กัน เพราะคนเกาหลีชอบแซงคิว เคยทำให้ลูกทัวร์ผมล้มไปด้วยครั้งหนึ่ง” เมื่อเวลาเดินขึ้นเรือมาถึง กลุ่มพวกเรารีบเดินล่วงหน้าไปก่อน เพราะเรารู้ว่าต้องไปต่อคิวสแตมป์พาสปอร์ตต่อที่เรือเพื่อเข้าโมร๊อคโค ซึ่งเป็นวิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่สุดจะแปลก เพราะเขาเลือกในเรือนี่แหละที่จะให้หมายเลขนักท่องเที่เยวแก่เราทุกคนๆ ละเบอร์ ซึ่งหมายเลขนี้จะถูกเขียนลงพร้อมชื่อ นามสกุลเก่า ใหม่ (สำหรับผู้หญิงที่ใช้นามสกุลสามี) อาชีพ ซึ่งข้อมูลที่เราให้ไป เราต้องจำให้ดี เช่น ดิฉันบอกว่าเป็นนักเขียน ก็ต้องบอกว่าตัวเองเป็นนักเขียนตลอดที่ท่องเที่ยวอยู่ในโมร๊อคโค จะไปเปลี่ยนเป็นแม่บ้านระหว่างทางไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะถือเป็นการแจ้งข้อมูลเท็จอาจถูกจับได้ทันที และการเที่ยวโมร๊อคโคนั้น นอกจากต้องจ้างไกด์ท้องถิ่นเพื่อเป็นการเคลียร์ทางกับตำรวจแล้ว สิ่งที่เราต้องรู้เสมอก็คือตำรวจที่นี่เขาอยู่นอกเครื่องแบบซะส่วนมาก และจะแอบดูเราอยู่ห่างๆ เสมอ….| One thing about going to Morocco is their systematic ‘Security Number’ assigned to each tourist and you need that all the times you travel in this country.  You also need to file your names, maiden name and profession and remember to stick by those information throughout the journey. Also, bear in mind that police in Morocco is usually in plain clothes,  and they are supposed to ‘keep an eye’ on you from the distance wherever you are in the Kingdom.

และสิ่งที่เราคาดหวังก็เกิดขึ้นจริงๆ ด้วยค่ะ ขณะที่เรากำลังฟอร์มแถวขึ้นบันไดเรือเฟอรรี่นั้นกันอยู่นั้น นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีที่เราเห็นที่ท่าเรือก็มาจากไหนไม่ทราบ วิ่งมาเบียด ผลัก แซงคิวพวกเราไปอย่างหน้าตาเฉย คือคนเหล่านี้รีบมากเพื่อจะได้ไปต่อคิวแรกของการสแตมป์พาสปอร์ตบนเรือ ก็เลยถือโอกาสวิ่งผ่านหน้าพวกเราไปเฉยๆ ซะงั้น แต่เรื่องไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอกค่ะ เพราะพวกเราก็พยายามกันไม่ให้เขาแซงได้ บางคนถึงขนาดวิ่งตัดหน้ากันไปมา ไปได้ก็รีบฉุดคนอื่นให้ตามไปด้วย จนชนฝรั่งคนนึงล้มลง แต่เขาก็ยังไม่หยุดค่ะ ก้าวข้ามคนที่ล้มนั้นไป จนพวกเราต้องช่วยกั้นมนุษย์ชาวเกาหลีเหล่านี้นี้ไว้ ให้โอกาสคนที่ล้มลงไปนอนแอ้งแม้งกับพื้นนั้นสามารถลุกขึ้นมาได้บ้าง ในเรือเฟอรรี่ข้ามฟากนี้ มีที่นั่งสองชั้นคือชั้นธรรมดาและธุรกิจ และที่เราเลือกกันคือที่นั่งชั้นธรรมดาแต่อยู่ชั้นสองของเรือ ติดกับที่นั่งของชั้นธุรกิจ ที่เขากั้นคอกไว้ เรารอคิวสแตมป์พาสปอร์ตอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็มาเดินสำรวจร้านอาหารว่างบนเรือที่ขายแซนวิช มันฝรั่งทอดใส่ถุง และน้ำดื่มธรรมดา เรือโยนไปมาอย่างแรงระหว่างข้ามฟาก จนในที่สุดเขาก็ประกาศว่าเรามาถึงท่าเรือแทงเจียร์กันแล้วค่ะ | Immigration and security number process took place on the ferry. This is a very strange way to do this kind of paper work and if you happen to travel with the Korean group of tourists, make sure you stand firm on your queue. What happened to us was ridiculous, and none of us laughed. The ferry is double decked, if it is not too windy, I would say the upper deck was more pleasurable. I don’t recommend eating anything on board though. But you may need a strong inhaler just in case you get sea sick.

ด้วยอดีตที่มีชาติยุโรปปกครองเมือง โดยแบ่งเขตต่างๆ ของเมืองให้เป็นของประเทศต่างๆ เช่น French Quarter, Spanish Quarter และโซนอื่นๆ ของอังกฤษ อิตาลี และเบลเยี่ยม ในปี 1928 ทำให้แทงเจียร์เป็นเมืองที่มีความเป็นตะวันตกมากที่สุดของโมร๊อคโค และทุกคนก็เตือนว่าอย่าได้คิดว่าแทงเจียร์คือโมร๊อคโคอย่างเด็ดขาด นี่เป็นเพียงหน้าด่านเท่านั้น ของจริงยังอยู่อีกยาวไกลในทวีปที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลกแห่งนี้ ลงเรือมาก็เย็นมากแล้ว ตะวันกำลังจะตกดินอยู่รอมร่อ แต่เราต้องรอรถบัสของเราออกจากใต้ท้องเรือให้ได้เสียก่อน และเพื่อฆ่าเวลาเราก็ไปแลกเงินเป็นเงินเดอร์แร่ม (dirham) ของโมร๊อคโคกันก่อนดีกว่าค่ะ ที่ท่าเรือแทงเจียร์มีธนาคารสำหรับแลกเงินได้สองแห่ง เหมือนกันทั้งสองแห่ง แนะนำว่าให้แลกแต่พอใช้เท่านั้น เพราะเราไม่สามารถเดอร์แร่มแลกกลับมาเป็นยูโรได้ หรือนำเดอร์แร่มออกนอกประเทศได้ และแม้ว่าจะเป็นประเทศกำลังพัฒนา โมร๊อคโคก็จัดเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพแพงทีเดียว เทียบเท่าได้กับสเปนตอนใต้ ทั้งนี้ก็เพราะที่นี่คนยุโรปมาเที่ยวเยอะ โดยเฉพาะคนฝรั่งเศสที่นิยมข้ามทวีปมาที่นี่ มาแล้วก็พูดภาษาตัวเองด้วย สะดวกมาก | We arrived at Tangier at sunset. It took so long queueing for everything from Spain to Tangier. Clearing the bus, each car, each person is top priority. Tangier is famous as the point of smuggling everything from drugs to humans and a lot of young African kids dreaming to cross to Europe was killed just by hiding in the engine of the bus on route back to Spain. Moroccan currency is ‘dirham’ and it is roughly ten times cheaper than a euro, just cut one zero off the local price and you get it is in euro. The exchange can only be done at the bank. One advice, do it at the amount you think you will need and only a bit more just in case. You can not change dirham back to euro and you are not allowed to bring any dirham out of Morocco when you finish the trip.

ในที่สุดเท้าเราก็แตะทวีปอัฟริกาแล้ว คราวหน้าจะเล่าเรื่องแทงเจียร์ และเมืองอื่นๆ ของโมร๊อคโคต่อไปค่ะ | So here we are in North Africa. Excited and exhausted. Tangier looked like a run-down European town but with people in kaftan. There are a lot of men sitting outside cafes (women if they are to enjoy a cup of coffee in a cafe, sit inside). We checked in at El Minzah Hotel in the French quarter, one of the most famous and historic ones around with guest list ranging from Rock Hudson and Rita Hayward to Farah Fawcett and a lot more. Next time, Facing Fes.

ข้อมูลการเดินทาง | Traveling information

ค่าเรือเฟอรรี่จากทาริฟาไปแทงเจียร์คนละ 35 ยูโร ต่อเที่ยว รายละเอียดที่ www.frs.es | Ferry from Tarifa to Tangier costs 35 euros each one way, http://www.frs.es

อัตราแลกเปลี่ยนยูโร – เดอร์แร่ม คิดง่ายๆ  คือ 1:10 (370 เดอร์แร่ม จะประมาณ 37 ยูโรค่ะ) | Exchange rate dirham:euro is roughly 10:1

ค่าวีซ่าเข้าโมร๊อคโคสำหรับคนไทย ประมาณ 1,500 บาท ต่อคน รายละเอียดที่ http://www.moroccoembassybangkok.org | For Thais, visa to Morocco costs Bt1,500, http://www.moroccoembassybangkok.org

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s