มาเมืองเฟซ | Facing Fes

Published @Taste, Krungthep Thurakij newspaper, 14 August 2010

“เฟซเมดีน่า” เป็นเมืองเก่าในโลกอิสลามที่ยังใช้งานอยู่จริงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยว่ากันว่าในเมดีน่าแห่งนี้ มีคนอาศัยอยู่มากถึง 2 แสนคน มีตรอกถึง 9,400 ตรอกที่วกเวียนวนไปมา ผ่านมัสยิดกว่า 365 แห่ง น้ำพุ 80 แห่ง ร้านค้า 80,000 แห่ง โรงเตี๊ยมสำหรับคนที่ทำงานในเมดีน่าอีก 80 แห่ง และพื้นที่ทั้งหมดแบ่งเป็น 187 เขต แต่ละเขตประกอบด้วยองค์ประกอบหลักของหลักชุมชนของศาสนาอิสลาม 5 ประการก็คือ มัสยิด โรงเรียนสอนศาสนา น้ำพุ โรงอาบน้ำ (ฮามัม) และสถานที่อบขนมปังของชุมชน และถนนที่กว้างที่สุดในเมดีน่าแห่งนี้ ยังไงก็เล็กเกินไปสำหรับรถยนต์ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นถนนคนเดินของจริง ซึ่งก็จะมีลามาแทรกด้วยบ่อยครั้งอย่างที่บอกไปแล้ว วิธีคือให้คอยฟังเสียงตะโกนว่า “บารัก บารัก” ซึ่งหมายถึง ระวังนั่นเองค่ะ | Fes Medina is the oldest running medieval city of all Muslim world. The condensed area with 9,400 narrow alleys intertwining through 365 mosques, 80 fountains, 80,000 shops and 80 fundouks (hostels for merchants with stables for their animals) are divided into 187, each with 5 traditional elements of a Muslim community which include a mosque, a Koran school, a hamam, a fountain and a communal bread oven. The widest street here is still too narrow for a car, making this a real walking heaven, but you need to watch out for ‘Balak, Balak’ which means, of course, ‘watch out’ for the incoming loaded donkeys.

อย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกหมายปองเมื่อมาถึง โมร็อคโคก็คือ พรมค่ะ ซึ่งชนิดที่เขาคลั่งไคล้กันก็คือพรมทอมือของชาวเบอร์เบอร์ (Berber) ชาวพื้นถิ่น เพราะวัฒนธรรมของชาวเมืองที่นี่ก็คือ ผู้หญิงจะมีหน้าที่ทอพรมประจำตระกูลของครอบครัวที่มีเนื้อละเอียดมาก โดยใช้ใยจากธรรมชาติเช่น ขนอุฐย้อมสีเพื่อค่อยๆ ถักทอให้เป็นผืนโต ซึ่งทำให้พรมชนิดนี้เป็นงานฝีมือ ทนทาน ใช้งานได้หลายชั่วอายุคน และสำหรับชาวต่างชาตินั้นก็ถือเป็นการลงทุน มาโมร็อคโคก็จะต้องซื้อพรมกลับบ้าน หลายคนถึงขนาดซื้อไปเพื่อขายต่อ เพราะได้ราคาดีในอเมริกาและออสเตรเลีย แต่หลายคนก็โดนหลอกต้มตุ๋น เพราะสมัยนี้พรมทำจากประเทศจีนเริ่มขยายตลาดเข้ามาในโมร็อคโค ทำให้กษัตริย์โมฮัมหมัดที่ 6 องค์ปัจจุบันนั้น ส่งเสริมให้อาชีพทอพรมของชาวพื้นเมืองเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าจากจีนเข้า มาตีตลาดได้นั่นเอง | Something about shopping in Morocco is that everyone seems to be very crazy about the carpet, the precious handcraft passed from one generation to the next by the local Berber families. Women in a Berber family have role weaving their heirloom carpets, made entirely from natural materials, fur and organic colors and one piece of this traditional carpet will last a couple of lifetimes hence its steep price and value to the beholder. Many visitors, especially those from the US and Australia, will just buy these carpet home and sell them for a fortune and that just drives the craze for it. Thing is, it is hard to find the real handmade carpet in this century; Chinese cheap carpets made their way into Morocco and King Mohammed VI is encouraging the locals to compete vigorously by supporting their craftsmanship and distribution network.

แต่อย่างหนึ่งที่เราทุกคนควรรู้ไว้หากต้องการมาซื้อ พรมซึ่งมักมีราคาแพงที่โมร็อคโคก็คือว่า ราคาและฝีมือต้องเป็นของจริง ส่วนมากหากเราได้จ้างไกด์ให้พาเดินเมดีน่า เข้าไปในตลาดหรือที่เรียกว่า “ซู๊ค” (souk) นั้น ไกด์ทุกคนมักจะพาเราไปช๊อปปิ้ง ก็เพราะว่าเขาจะได้เปอร์เซ็นต์จากการซื้อของทุกชนิดของเรา และสิ่งหนึ่งที่เขาจะต้องพาไปก็คือสหกรณ์พรมในซู๊ค ที่ว่ากันว่าเป็นศูนย์รวมพรมจากชาวบ้านที่ทอพรมแล้วนำมาฝากขาย โดยที่นี่จะเสิร์ฟชามินต์ให้เรา และมีคนมาบรรยายสรรพคุณของพรมที่เขาอยากจะขาย มีพนักงานยกพรมเป็นม้วนๆ ออกมากางให้เราดูที่ละชิ้น หลังการแสดงจบ เขาก็จะมาถามว่าสนใจพรมชิ้นไหนหรือไม่ ตอนนี้แหละค่ะที่จะต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเราไม่มีความตั้งใจที่จะซื้อ ก็ต้องไปเลยว่า ขอถามก่อนเฉยๆ นะ และอย่าทำเป็นแกล้งๆ ถามไป ต่อไปแล้วไม่ซื้อ เพราะเขาจะไม่ยอมปล่อยให้คุณลอยนวลออกไปได้ง่ายๆ ไกด์บุ๊คทุกเล่มที่อ่าน หากมีหัวข้อการซื้อพรมในโมร็อคโคก็จะมีการเตือนเลยเรื่องวิธีการต่อรองว่า อย่าไปต่อสั่วๆ มั่วๆ แล้วเลิก เพราะยังไงคุณก็จะไม่มีทางสู้คนขายซึ่งนี่คือวิธีทำมาหากินของเขา หากไม่ซื้อก็บอกไปเลยค่ะว่าไม่สนใจ ขอบคุณ | High prices aside, you need to know a bit about the carpet you are going to buy even before you ask for the price. If you hire a guide to walk you around the souk, 100% chance is that everyone will take you shopping. Commission is the way of life here and remember that you should not start bargaining for fun unless you are serious about buying anything. No matter how good you consider yourself bargaining the world over, thing is the Moroccan vendors are better and you will end up buying something out of their relentless persistence more than anything. One thing is if they approach you and you are not interested, just tell them firmly and politely and most of them will know and turn away.

อย่างหนึ่งที่ทำให้การเที่ยวโมร็อคโคเป็นเรื่องน่า เหนื่อยมากกว่าการสนุกก็คือว่า การซื้อของอะไรซักอย่างมันทำให้รู้สึกว่าเราต้องประลองฝีมือกับคนขายตลอด เวลา เช่น พรมผืนขนาดประมาณ 1 ตารางเมตร คนขายบอกราคาเริ่มต้น 1,500 ยูโร เมื่อเราปฏิเสธว่างั้นไม่เป็นไรค่ะขอบคุณ คนขายก็จะบอกว่า งั้นลดให้พิเศษ 800 ยูโรละกัน เอ้อเหอ… ก็ไม่เป็นไรค่ะ งั้น 600 มั๊ย ในเมื่อยังสั่นหัวดิกๆ เขาก็จะทำหน้าซีเรียส จิกหัวแม่มือเข้ามุมปากอย่างครุ่นคิดแล้วบอกว่า อยากได้เท่าไหร่ละ บอกมาละกัน …. | One thing that make traveling in Morocco exhausting for us is not the hot and dry weather but the continuous ‘in-your-face’ approach by those who see you walk by. Things will be jerked right in front of you, and you will need to wave away, saying no, thank you until, hopefully, they drop away. Also, to buy something here feels like a crazy challenge between you and the vendor. A 1 x 1 meter rug costs 1,500 euros when you first asked, then you slightly shake your face and the price drops down to 800 euros. Still not interested? What about 600 euros, the best price ever sold in the world. Still shaking your head, oh no! So you tell me how much do you think you want to pay for this? This is Moroccan best carpet, you are making a wise investment, it will last a lifetime and more.

ตามกฏที่ว่าไว้ในหนังสือนำเที่ยวทุกเล่มคือว่าเราควร จะต่อราคาอย่างน้อย 50%  จากราคาที่คนขายบอกเรา กับสิ่งของทุกอย่าง แต่ก็มีอีกเช่นกันที่บอกว่า ราคานั้นขึ้นลงไม่แน่นอนในแต่ละวัน แต่ละโอกาส เช่น หากคนขายคนนั้นคิดว่าเราน่าจะมีสตางค์ ก็จะบอกราคาเริ่มต้นกับเรามากกว่าคนที่เขาคิดว่ามีน้อยกว่า หรือหากวันนั้นเขาเกิดขายของได้ดีเป็นพิเศษแล้วก่อนหน้า เขาก็จะบอกราคาแพงกว่าปกติ และหากวันนั้นนักท่องเที่ยวแวะมาที่ร้านเขาเยอะแล้วเขาขายได้ดี แน่นอนว่าเขาจะไม่มีทางลดราคให้คุณอย่างเด็ดขาด พรมอันเป็นสินค้าอันดับหนึ่งของที่นี่จึงมักถูกตั้งราคาให้สูงกว่าความน่าจะ เป็นอย่างน้อย 50 (ห้าสิบ) เท่า และแน่นอนว่าคนขายจะทำทุกอย่างให้คุณซื้ออย่างน้อยหนึ่งชิ้นให้ได้ ลดจาก 1,500 ยูโร มาเป็น 300 ยูโร ก็เย้ายวนใจใช่ที่ แถมยังมีบริการส่งฟรี รูดบัตรก็ได้ คนส่วนมากก็เลยใจอ่อนซื้อไป ทั้งๆ ที่อาจจะไม่มีความรู้เรื่องพรมชนิดที่ซื้อไปเลยก็ได้ | Every guidebook you read will tell you to bargain down for at least 50% from the initial price. However, other advices say that prices swing around the mood of the minute of the vendor himself. If he appraises you to be richer than others, from looking at your accessories, he will naturally ask for a higher price from you. Also, if he has been having a great day selling, he will tell you an abnormally high price. Carpet is one big ticket item visitors buy back, and it is usually priced at around 50 times higher than its actual. And if you can get a rug priced at 1,500 euros for a mere 300 euros, you are giddy. Buying carpet is convenient, too. Not enough dirham? No worries, just hand over your credit card, and address and we will ship it right to your door by the time to reach home next week.

นอกจากสหกรณ์พรมแล้ว ในซู๊คก็ยังมีของน่าซื้ออีกมากมาย โดยเฉพาะเครื่องหนังต่างๆ รองเท้า กระเป๋า ย่าม เป้ หมวก ทุกชนิดมีหมด ผ้าไหม ผ้าทอมือ ผ้าพันคอ กระเป๋าสาน เครื่องโลหะ ตลับใส่ของประดับหิน จานชาม เหยือกชา แจกัน โคมไฟ มากมาย ซึ่งก็ต้องใช้วิธีเดียวกันคือถามราคา แล้วหากคิดแล้วว่าลดครึ่งหนึ่งแล้วเป็นราคาที่เราอยากจ่าย ก็ค่อยซื้อหรือต่อลงไปอีกค่ะ | But carpet is not all there is for the Moroccan shopping spree. In the medina’s souk, you will find shops after shops of leather goods, all ranges you can imagine. Their metalwork of copper, silver made into cute, bejeweled boxes, lamps, exotic tea jugs and more are all very tempting. My rule of thumb is look quickly and set yourself how much you want to pay for it. If the initial price after 50% reduction sounds good to you, then continue bargaining until you get yourself a satisfactory price.

สิ่งหนึ่งที่ควรไปดูอย่างมากเมื่อได้มาที่เฟซเมดีน่า ก็คือโรงฟอกหนังกลางของเมืองนี้ ที่เก่าแก่มาเพราะตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 (ระหว่างค.ศ. 1001-1100) และปัจจุบันเป็นที่ใช้งานของครอบครัวที่มีอาชีพฟอกหนัง 60 ครอบครัว ซึ่งแทนที่จะเดินเข้าไปทางหน้าโรงฟอกหนังซึ่งสกปรกมาก แนะนำว่าให้เข้าไปยังร้านขายเครื่องหนังที่ชื่อ Terrasse de Tannerie (10 hay Labilda Chouara) ซึ่งมีดาดฟ้ามองเห็นโรงฟอกนี้อย่างงาม แถมเจ้าของก็ใจดีไม่พยายามขายของและให้เราเดินผ่านขึ้นบันไดไปชม พร้อมมีช่อใบสะระแหน่แจกให้ดมระหว่างดูด้วย เพราะกลิ่นโรงฟอกหนังนี่ทั้งฉุนทั้งเหม็นอย่าบอกใครทีเดียวค่ะ | One another thing not to be missed while in Fes medina is their famous tanneries. This honey-comb like 11th century pit is now co-operated by 6 families. You can choose to go right to the tannery entrance or you can opt to find Terrasse de Tannerie (10 hay Labilda Chouara), a leather shop, where the owner is very kind to allow tourists to climb up to his top terrace that directly overlooks the attraction. He will also briefly explain how the place works for you and hand you a sprig of mint just to keep you from a blackout when out there enjoying the view.

โรงฟอกหนังมีลักษณะเป็นหลุมๆ เหมือนรังผึ้งขาดใหญ่ แต่ละหลุมจะมีส่วนผสมของน้ำยาฟอกหนังได้แก่น้ำ เกลือ หินปูน และ “ขี้นกพิราบ” ซึ่งมีส่วนประกอบของแอมโมเนียที่ทำให้หนังนุ่ม ที่นี่เราจะเห็นหนังของสัตว์หลายประเภท เพราะยังมีขนติดอยู่เป็นตัวๆ อย่างชัดเจน เช่นแกะ แพะ และอูฐ ถูกนำมาจุ่ม แช่ และนวดในหลุมเหล่านี้ โดยแต่ละคนจะทำหน้าที่ประจำหลุมของตน ค่อยๆ นวดหนังทีละชิ้นๆ แยกขนกองไว้พูนอีกที่ต่างหากเพื่อนำไปส่งโรงทอผ้า ส่วนหนังที่ฟอกจนขาวแล้วก็จะนำไปขึงตากให้แห้งก่อนส่งต่อไปยังโรงย้อมอีกที ก่อนถูกนำไปผลิตเป็นกระเป๋า รองเท้าอย่างที่เห็นนั่นเองค่ะ | From the terrace, one will see how skins are processed from one pit to another. The stench was so great that even though the view was exotic, we were brief about it. Pigeon droppings that contain ammonia to soften the skin is one key ingredient in each pit, apart from limestone, salt and water. You see what kind of animals go there thanks to the attached fur and shapes of the skins. There are goat, camel and sheep. Fur will be separated in one pile while the whitened skin will be hung for dry before sending off to the next dying process.

ร้าน Terrasse de Tannerie ที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวปีนขึ้นไปดาดฟ้าเพื่อดูโรงฟอกหนังนี่น่ารักมากค่ะ เจ้าของไม่คะยั้นคะยอให้เราซื้อของ แถมยังให้คำอธิบายเกี่ยวกับวิธีฟอกหนัง ให้ที่นั่งพักสำหรับคนที่ไม่อยากปีนบันไดชันขึ้นไป ทำให้การซื้อของที่ร้านนี้น่าจะเหมาะสมที่สุดในสายตาดิฉันค่ะ แบบของเครื่องหนังสไตล์โมร็อคโค ก็ยังเป็นแบบพื้นๆ ดิบๆ ทำให้หวนนึกถึงอดีตสมัยฮิปปี้กำลังรุ่ง กระเป๋าแต่ละใบก็จะถูกนำมาเย็บแบบง่ายๆ โดยเฉพาะแบบถุงทรงกลมรูดปลายปิดนั้น เป็นแบบคลาสสิคที่คนมาโมร็อคโคย่อมต้องซื้อกลับบ้าน เพราะทำให้หวนนึกถึงสมัยยุค 1960s ที่ต้องถือกระเป๋าแบบนี้ ไว้ผมยาวตรงแสกกลาง กางเกงยีนส์ขากระดิ่ง แล้วร้องเพลง The Beatles นั่นเองค่ะ  | I will say since the owner at Terrasse de Tannerie is not so persistent, shopping for leather ware here might be a good idea. I love to shop from friendly vendors and never ever pay a cent for a rude one. Leather products in Morocco is distinctly rough and raw and everything reminds you of the 1960s hippy fashion especially when it comes to leather sag typically used by the trendsetters of the days.

การเดินที่เฟซเมดีน่านั้น หากอึดและมาตอนอากาศไม่ร้อนมาก ก็น่าจะใช้เวลาซักสองสามชั่วโมง แต่หากคุณอยากละเลียดซื้อของ ชะโงกหน้าดูมัสยิด (ได้แต่ชะโงกเพราะคนที่ไม่ใช่มุสลิมห้ามเข้าค่ะ) และชอบลองอาหารพื้นเมืองที่มีอยู่มากมายในนี้ และไม่รำคาญหรือเหนื่อยไปกับการที่จะมีคนเดินเข้ามาหาคุณและโฆษณาขายของให้ ต้องปฏิเสธไปตลอดเวลานั้น คุณก็อาจจะสามารถอยู่ที่นี่ได้เกือบทั้งวัน แต่สำหรับพวกเราที่มีมาราเกชเป็นเมืองต่อจากนี้ คงจะต้องออมแรงไว้ก่อน เพื่อไปต่อสู่กับการต่อราคาในตลาดที่โน่นต่อไปค่ะ | If you are in Fes in the time that weather permits, and you are up for it, venturing slowly, enjoying the overwhelming senses and smell can take you almost a day. You can slowly walk shop to shop, appreciate the Islamic arts and crafts at the mosques and try away numerous local street food you can find right here in the medina. But for us, with Marrakech the next destination, we’d like to save our energy. Until next time.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s