10 ปี 9/11

จาก @Taste กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 3 กันยายน 2554
เหตุการณ์ 9/11 ทำให้ตึกไคร์สเลอร์กลับมาเป็นตึกสูงสุดของแมนฮัตตัน
วันที่ 11 กันยายน 2554 ที่จะถึงนี้ ชาวนิวยอร์คจะรำลึกครบรอบ 10 ปีเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายนอันแสนเศร้าสลดใจ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแต่เหตุการณ์สะเทือนขวัญวันนั้นยังคงอยู่ในใจของชาวนิวยอร์คและหลายคนที่มีชีวิตเกี่ยวเนื่องกับมหานครของโลกแห่งนี้ได้อย่างไม่รู้ลืม
คงไม่มีใครลืมเหตุการณ์เช้าวันที่ 11 กันยายน 2544 ที่อากาศสดใส ท้องฟ้าสีสวยจนคนนิวยอร์คต่างคิดขอบคุณธรรมชาติในใจ เมื่อสิ่งที่ไม่มีใครเคยคาดฝันเกิดขึ้น เครื่องบินโดยสารสองลำบินเข้าชนตึกเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ (WTC) ที่อยู่ช่วงเกาะแมนฮัตตันตอนล่าง ไฟที่ลุกไหม้จากน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องทั้งสองลำทำให้ตึกอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงนิวยอร์คถล่มล้มครืนลงมาทั้งหมด ตึกแรกที่ถูกชนคือตึกเหนือของอาคารแฝด และในขณะที่ทุกคนกำลังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นั้น เครื่องบินลำที่สองก็บินพุ่งเข้าชนตึกใต้ที่อยู่ถัดไปในอีกไม่กี่สิบนาทีต่อมา

เช้าที่เกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเช้าวันอังคารที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างปกติ ตึกเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์เป็นสถานที่ทำงานขนาดใหญ่ แต่ละตึกสูงกว่า 400 เมตร 110 ชั้นและมีพื้นที่เกือบ 10 ล้านตารางฟุต (หรือประมาณ 9 แสนตารางเมตร) เป็นตึกที่ทำงานของ 430 บริษัทจากทั่วโลก รวมแล้วมีพนักงานที่ต้องทำงานที่นี่มากถึง 3.5 หมื่นคนต่อวัน และยังมีนักท่องเที่ยวที่นิยมมาเที่ยวดูวิวที่นี่รวมถึงคนที่มีธุระปะปังกับตึกแห่งนี้มากถึงวันละกว่า 7 หมื่นคน เช้าที่เกิดเหตุการณ์วินาศกรรมนั้น คาดว่ามีคนที่กำลังอยู่ในตึกทั้งสองและบริเวณโดยรอบที่เป็นคอมเพล็กซ์แห่งนี้มากถึงประมาณ 16,400 18,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่สามารถอพยพหนีออกมาได้ทัน ส่วนกลุ่มคนที่สวนเข้าไปในตึกขณะที่มีการอพยพก็คือบรรดานักดับเพลิง ตำรวจนครนิวยอร์ค และตำรวจจากการท่านครนิวยอร์ค ซึ่งกลุ่มนักช่วยเหลือที่เข้าไปช่วยเป็นกลุ่มแรกนี้เองที่เสียชีวิตกันมากที่สุดถึง 441 นาย เพราะขณะนั้นเหตุการณ์ยังไม่นิ่ง และผู้เสียสละเหล่านี้มีหน้าที่ต้องช่วยให้คนที่ติดอยู่ในตึกออกมาได้ให้มากและเร็วที่สุด

การก่อการร้ายครั้งนี้เป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 2,752 คนในนิวยอร์ค คือผู้โดยสารสายการบินไฟล์ท 11 จำนวน 87 คน ไฟล์ท 175 จำนวน 60 คน คนที่อยู่ในคอมเพล็กซ์  WTC 2,164 คน และผู้ช่วยเหลือกลุ่มแรกอีก 441 คน ซึ่งยังไม่รวมการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นคู่ขนานที่ตึกเพนทากอน เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนียที่เป็นเหตุให้คนอีกเกือบ 200 คนเสียชีวิต และผู้โดยสารสายการบินยูไนเต็ดไฟล์ท 93 ที่คาดว่ามีจุดหมายก่อการร้ายที่กรุงวอชิงตันดีซี แต่ผู้โดยสารบนเครื่องสามารถช่วยกันสกัดไว้ได้ ทำให้เครื่องตกที่รัฐเพนซิลเวเนียและ 40 คนบนเครื่องดังกล่าวเสียชีวิตทั้งหมด หลังจากถูกเครื่องบินพุ่งเข้าชนนั้น ตึก WTC ใต้ไฟใหม้อยู่นาน 56 นาทีก่อนถล่มลงมาในเวลา 9.59 ของเช้าวันนั้น ตึกเหนือไฟไหม้อยู่นาน 102 นาที และพังครืนลงมาเวลา 10.28 น. ซึ่งทำให้ตึกอื่นๆ ที่อยู่บริเวณโดยต่างถูกทำลายไปหมด หลังจากตึกทั้งสองถล่มลงมาแล้ว จำนวนผู้รอดชีวิตก็แทบจะไม่มีเอาเลยเว้นแต่อีก 18 คนที่ถูกช่วยออกมาได้จากซากปรักหักพังหลังจากนั้นเท่านั้น
ภาพเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีก่อน ยังคงอยู่ในใจและที่ Tribute WTC Visitor Center ข้างๆ Ground Zero

 

ตึกแฝด WTC เป็นตึกที่มีหน้าตาและความสูงพอๆ กัน ตึกเหนือเนื่องจากมีเสาอากาศด้านบนจึงสูงกว่าตึกใต้อีกประมาณ 100 เมตร ความยิ่งใหญ่ของตึกแฝดคู่นี้คงไม่ต้องพูดถึง คนที่ไปนิวยอร์คมักจะชินกับตึกสูงใหญ่ที่เรียงรายกันทุกถนน สูงใหญ่ยักษ์มหึมาจนเราต้องแหงนคอตั้งบ่าเพื่อมองแทบทุกครั้งไป คอมเพล็กซ์  WTC มีน้ำหนักมากกว่า 2.5 แสนตัน มีลิฟต์ความเร็วสูงทั้งหมด 99 ตัว หน้าต่าง 21,800 บาน แต่ละชั้นมีขนาดใหญ่ถึงหนึ่งเอเคอร์ หรือประมาณ 4 พันตารางเมตร และสร้างด้วยคอนกรีตจำนวนมหาศาลที่สามารถสร้างทางเดินได้ยาวจากนครนิวยอร์คถึงกรุงวอชิงตัน อาณาจักรอันกว้างใหญ่ของคอมเพล็กซ์  WTC นี้ทำให้ที่นี่ถึงกับมีรหัสไปรษณีย์ของตนเองคือ 10048

แต่ตึกคอมเพล็กซ์  WTC มีมากกว่าสองตึกแฝดที่เรามักเห็นจนคุ้นตา โดยรอบบริเวณเดียวกันนั้นยังมีตึกอีกจำนวน 4 ตึก ได้แก่ตึกโรงแรมและตึกออฟฟิศที่สูงจาก 8 ถึง 47 ชั้น ตึกแฝด WTC สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2516 แต่มีคนย้ายเข้าแล้วตั้งแต่ปลายปีพ.ศ. 2513 ส่วนตึกรอบด้านอื่นๆ นั้นก็ถูกก่อสร้างเพิ่มขึ้นเรื่อยในช่วงระยะเวลา 14 ปีหลังจากนั้น และก่อนหน้าวินาศกรรมครั้ง 9/11 นี้ตึกเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ก็เคยถูกวางระเบิดในชั้นใต้ดินมาก่อนหน้านี้แล้วหนึ่งครั้งในปีพ.ศ. 2536 แต่ครั้งนั้นระเบิดไม่สามารถทำลายอาคารแห่งนี้ได้

หลายคนที่มานิวยอร์คต่างลงความเห็นกันว่าที่นี่คือมหานครแห่งโลก เป็นศูนย์รวมของคนจากทุกชาติ ศาสนาและเผ่าพันธุ์ คนทุกสีผิว หน้าตาและรูปร่างที่แตกต่างกัน พูดภาษาอังกฤษทุกสำเนียงต่างสามารถเรียกนิวยอร์คเป็นบ้านได้หมด ความแตกต่างของคนที่นี่ทำให้ทุกคนไม่แตกต่าง แต่วันที่เกิดเหตุวินาศกรรมนั้น คนนิวยอร์คที่มักตัวใครตัวมันกลับหันหน้าเข้าช่วยเหลือกัน และเสียสละให้คนอื่นแบบไม่คิดชีวิต คนนิวยอร์คเป็นเพื่อนกันหมดทุกคน ดั่งคำพูดที่ติดไว้ใน Tribute WTC Visitor Center บนถนน Liberty ถัดจาก Ground Zero ซึ่งมีหลักฐาน ชิ้นส่วนต่างๆ และรูปภาพของตึก WTC ในวันที่เกิดวินาศกรรมเก็บไว้มากมายหนึ่งในนั้นก็คือกระเป๋าคอมพิวเตอร์ของพนักงานคนหนึ่งที่หนีออกมาจากตึกได้ทัน แต่กระเป๋าของเขาที่อยู่ใต้ซากปรักหักพังถูกนำมาคืนโดยพนักงานดับเพลิงที่ตามหาเจ้าของจากชื่อที่ติดอยู่ได้   

เมื่อไม่นานมานี้ วันที่พวกเราไปนิวยอร์คนั้น Ground Zero ยังมีคนไปเยือนอยู่อย่างเนืองแน่น พื้นที่ๆ เคยเป็นตึกแฝดและคอมเพล็กซ์  WTC กำลังถูกก่อสร้างให้เป็นอนุสรณ์สถาน 9/11 ที่จะประกอบด้วยอนุสรณ์สถาน พิพิธภัณฑ์ และตึกออฟฟิศจำนวน 5 ตึก โดยตึกที่จะสูงที่สุดคือตึกที่ชื่อว่า “1 WTC” จะเป็นตึกที่สูงที่สุดในอเมริกาเหนือ (สูงประมาณ 541 เมตร สูงกว่าตึก 1 WTC เก่า) ที่จะเสร็จในปี 2556 ตึกห้างสรรพสินค้า สถานีใหญ่ของรถไฟใต้ดิน และโรงแสดงละครเวที แม้ตึกที่กำลังจะสร้างทดแทนคอมเพล็กซ์  WTC จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ในปีที่ครบรอบ 10 ปีนี้ แต่ชาวนิวยอร์คก็จะได้รำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นด้วยการอุทิศอนุสรณ์สถาน National September 11 ที่อยู่ถัดไปทางทิศใต้ของตึกแฝดให้แก่ครอบครัวและเพื่อนของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น และเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ในวันที่ 12 ส่วนตัวพิพิธภัณฑ์นั้นจะเปิดได้ในปี 2555 อนุสรณ์สถานแห่งนี้ออกแบบโดย Michael Arad และ Peter Walker สองสถาปนิกที่ได้รับการคัดเลือกจากการประกวดแบบ 5,201 แบบจาก 63 ประเทศในการประกวด โดยทั้งคู่ได้ออกแบบอนุสรณ์สถานของคอมเพล็กซ์  WTC ให้เป็นเสมือนที่พักใจ ที่รำลึกนึกคิดถึงสิ่งที่เคยเป็นและจะเป็นไปในมหานครแห่งนี้ 
ตึก 1 World Trade Center ใหม่กำหนดเสร็จอีกสองปีแต่มีผู้เช่าแล้วคือ Conde Naste
 
อนุสรณ์สถานของเหตุการณ์ก็คือ พื้นที่ส่วนที่เคยเป็นที่ตั้งของตึกแฝดเหนือและใต้ดั้งเดิมที่ไม่มีการสร้างตึกใดๆ เลย เพราะเราต้องการเก็บรอยเท้าของสองตึกนั้นเป็นที่ระลึกให้แก่สิ่งที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ ไกด์ชาวนิวยอร์คจาก NYC & Company ศูนย์ดูแลการท่องเที่ยวแห่งนิวยอร์คเล่าให้ฟังจากบู๊ธเล็กๆ ของการท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆ Ground Zero รอยเท้าของตึกทั้งสองจะกลายเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นในอเมริกาเหนือ โดยจะเป็นน้ำตกที่อยู่ระนาบลดหลั่นลงไปจากพื้นสู่สระน้ำอันกว้างใหญ่และท้ายสุดมีหลุมลึกอยู่ตรงกลางให้น้ำไหลลงหายไป รอบด้านของน้ำตกทั้งสองจะมีการแกะสลักรายชื่อของผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 9/11 ในนิวยอร์ค ที่เพนทากอน บนไฟล์ท 93 และผู้ที่เสียชีวิตในการวางระเบิดตึก WTC ครั้งปี 2536 ด้วย

ทั้งนี้เป็นเพราะแทนที่เราจะแหงนหน้ามองขึ้นฟ้าเหมือนที่เรามักทำเมื่ออยู่ในนิวยอร์ค มาที่อนุสรณ์สถานแห่งนี้เราจะต้องมองลง มองดูว่ามีอะไรที่เหลืออยู่บนจุดนั้นบ้าง มันเป็นการมองที่จะแปลกออกไป เพราะเป็นการมองที่จะกระตุ้นให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งที่ไม่มีตัวตน และความว่างเปล่าตรงหน้า เจ้าหน้าที่คนเดิมอธิบายเพิ่ม

วันนี้ตึก “1 WTC” ที่จะสูงกว่าตึก 1 WTC เดิมประมาณ 124 เมตรกำลังถูกเร่งสร้างเพื่อให้ทันกำหนดเสร็จในอีกสองปีข้างหน้า ชาวนิวยอร์คที่นิยมออกกำลังกายโดยการวิ่งจ็อกกิ้งในสวน Battery มักจะกล่าวถึงจำนวนชั้นที่เพิ่มมากขึ้นรายวันของตึกสูงแห่งนี้ที่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งใหม่ของเมืองนิวยอร์ค และเมื่อก่อสร้างเสร็จนั้น ชาวนิวยอร์คและนักท่องเที่ยวก็จะได้ชื่นชมกับความงามของวิวเหนือฟ้า เพราะที่นี่จะมีทั้งร้านอาหาร และหอชมวิวเหมือนเดิม ตึก 1 WTC เก่านั้นสามารถเห็นวิวได้ไกลถึง 45 ไมล์ เห็นเขตทั้งห้าของนิวยอร์คคือบรุ๊คลิน ควีนส์ เดอะบร็องซ์ และเกาะสเตตัน ได้ทั้งหมดและหากอากาศดีแจ่มใส แน่นอนว่าจะเห็นไกลถึงรัฐใกล้เคียงได้ด้วยไม่มีปัญหา และก่อนหน้าที่จะมีชื่อเหมือนตึกเดิมที่เคยอยู่ตรงนี้ ก็มีการตั้งชื่อให้ตึกที่กำลังจะเกิดใหม่ว่า “The Freedom Tower” แต่ก็ถูกยกเลิกไป และกลับมาใช้ชื่อดั้งเดิมของตึกที่เคยตั้งอยู่บนพื้นที่นี้ ที่อ่านว่า วัน เวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ มี ZIP Code ว่า 10048, New York เช่นเดิมทุกประการ 
###

ไทม์สแควร์ของนิวยอร์ค
 กรอบ

– ในอดีตเมื่อตึก WTC ที่สร้างขึ้นสมัยปลายทศวรรษที่ 1960s นั้นใช้เงินไปทั้งสิ้นประมาณ 900 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่การก่อสร้าง WTC Complex ใหม่นี้คาดว่าจะใช้งบประมาณประมาณ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นตารางเมตรละ 12,380 เหรียญ บริษัทที่ทำสัญญาเช่าตึกนี้เป็นที่เรียบร้อยก็คือบริษัท สิ่งพิมพ์ Conde Naste ที่เช่าพื้นที่มากถึงหนึ่งในสามของตึกวันเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์

World Trade Center เกิดจากการที่สหรัฐอเมริกาต้องการพัฒนาให้ตนเองเป็นศูนย์กลางทางการค้าของโลกตั้งแต่สมัยปี 2493 โดยถือว่าการสร้างตึกใหม่แห่งนี้เป็นการพัฒนาพื้นที่ที่เรียกว่า Lower Manhattan ไปด้วย เมื่อสร้างเสร็จตึกเหนือมีร้านอาหารชื่อ Windows on the World บนชั้นที่ 106 และ 107 ส่วนตึกสองมีหอดูวิวชื่อ Top of the World อยู่บนชั้นที่ 107 โดยการสร้างคอมเพล็กซ์แห่งนี้หมายความว่านครนิวยอร์คต้องปิดตายถนนที่เคยวิ่งผ่านจุดนั้นมากถึง 5 สาย ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “superblock” แห่งแรกในสหรัฐอเมริกา ที่มีขนาดใหญ่มหาศาลถึง 16 เอเคอร์ หรือประมาณ 6.5 หมื่นตารางเมตร

* ขอขอบคุณสายการบินเดลต้าผู้สนับสนุนการเดินทาง US Commercial Service สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย US Department of Commerce แห่งกรุงนิวยอร์ค และ NYC & Company (www.nycgo.com) สำหรับข้อมูลท้องถิ่น
เขียน – สิรินทร์ วงศ์พานิช
ภาพ – เพิ่มบุญ วงศ์พานิช

Following are the related stories in English published in The Nation newspaper on September 7, 2011.

“Moving on, And Up”
“The Last Guests at the Hotel Chelsea” 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s