Kitchen & More Than I Can Say

Gnarly Head Wine Dinner at Kitchen & More Than I Can Say

หลายคนที่คุ้นเคยกับ “ลาวิลล่า อารีย์” ขอแนะนำให้เดินเลยไปด้านหลังตรงทางขึ้นลานจอดรถ ที่ตรงกันข้ามกันนี่เองคือร้านอาหาร Kitchen & More Than I Can Say ร้านเล็กๆ น่ารักๆ เสิร์ฟอาหารไทย ฝรั่ง ที่พ่อครัวและเจ้าของเป็นคนซีเรียสกับการปรุงอาหาร มีจินตนาการล้ำเหลือ แถมยังน่ารัก ธรรมดาๆ ถ่อมตัวอีกต่างหาก อย่างว่า…สมัยนี้คนเก่งมักไม่ค่อยพูด พวกพูดมากๆ ทำเป็นพูดไทยคำอังกฤษคำ หรือชอบทำเป็นพูดภาษาไทยไม่ค่อยจะคล่องจะชัดนี่แหละ ให้ระวังไว้ให้ดีๆ ว่ามักจะ “กลวง” ของจริง ให้สังเกตุดู

Seasoned Thai Fruits with Gnarly Head Pinot Grigio 2008

ว่ากันต่อเรื่องร้าน Kitchen & More Than I can Say ร้านนี้ว่าไปก็เป็นความฝันของคนรักการทำอาหารอย่างคุณปอม สจวรต์การบินไทย ที่รักการทำกับข้าวมาแต่อ้อนแต่ออก หมั่นทำอาหารด้วยความรักให้เพื่อนๆ ชิมเป็นประจำมานานแสนนาน จนในที่สุดก็ได้โอกาสไปเรียนทำอาหารจริงๆ จังๆ ที่ประเทศอังกฤษ ไปฝึกงานกับร้านดังๆ อีกหลายแห่งเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำร้านอาหารนานหลายปี จนกลับมาบ้าน มาเปิดร้านอาหารแห่งนี้มาซักประมาณปีหนึ่งได้แล้ว เห็นโฟรไฟล์เชพว่าเชี่ยวชาญขนาดนี้ ไม่ต้องกลัวว่าอาหารเขาจะแพงจนทานไม่ลงนะคะ อาหารที่นี่จานละร้อยกว่าบาท ทานกันอิ่มพุงกางกำลังงามก็ตกประมาณคนละ 300-400 บาทค่ะ
 

Seafood Salad, Thai Cracker with Caviar with Gnarly Head Chardonnay 2008

ความที่ Kitchen & More Than I Can Say เป็นร้านขนาดเล็ก ใครจะนึกว่าวันหนึ่ง คุณพี่ปอมเธอจะลุกขึ้นมาทำ ไวน์ดินเนอร์ โอ้ พูดถึงไวน์ สมัยนี้ใครรับประทานอาหารไทยไม่จิบไวน์ขอบอกเลยว่าเชยแหลกๆ ข่าวดีคือว่า ไวน์สมัยนี้ก็ปรับตัวให้เข้ากับคนทานมากยิ่งขึ้น คือ ง่ายๆ ลื่นๆ เนียนๆ ไม่ยาก ไม่มากไป ที่สำคัญ ไม่แพง ไวน์ที่ถูกจัดเข้าคู่ให้เข้ากับอาหารพี่ปอมในช่วงโอกาสนี้คือไวน์จากแคลิฟอร์เนีย Gnarly Head (นาลลี่ เฮด) ผลิตโดยไร่ไวน์ Delicato Family Vineyards ที่มีไร่องุ่นอยู่หลายที่ในพื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ ตระกูลนี้อพยพมาจากเกาะซิซิลี ทางตอนใต้ของอิตาลี (ที่โด่งดังเรื่องมาเฟียนั้นแหละค่ะ เกาะเดียวกั๊นเดียวกัน) มาถึงก็ลงหลักปักฐาน จับจอบจับเสียม ปลูกองุ่นซะหลายพันธุ์ แล้วก็เลี้ยงไว้จนแต่ละต้นแก่หง่อม ลำต้นบิดเบี้ยวเคี้ยวคด แต่ได้ผลผลิตองุ่นดีเริศ ผลที่ได้ก็คือ ไวน์ดี บอดี้ไม่หนักมาก ดื่มง่าย หอม หวาน รสผลไม้ ไม่ฝาดปร่า แถมยังเอาลักษณะต้นหง่อมเหล่านั้นมาเป็นชื่อแบรนด์อีกว่า Gnarly Head เป็นไง เก๋ปะ

Stir-fried Rice Vermicelli with Pork and Mantis Shrimp with Gnarly Head Merlot 2009

เข้าเรื่องไวน์ดินเนอร์ร้านพี่ปอมกันซะที เวลาจะรับประทานอาหารให้อร่อย ก่อนอื่น จริงๆ นะ คุณต้องเชื่อมือและเชื่อใจพ่อครัว หรือแม่ครัวที่ทำให้คุณรับประทาน อาหารจะอร่อยให้เด็ดดวงอย่างไร แต่หากเราเห็นคนปรุงแคะขี้มูกไป ฮัดเช่ยไป คงทานไม่ลง งานนี้ร้านพี่ปอมผ่านโลด เพราะนอกจากจะรู้จักกันแล้วว่าพี่แกซีเรียสเรื่องความสะอาดอย่างถึงที่สุด ครัวที่นี่ยังโปร่ง ให้เราเห็นความเป็นมา (อันแสนชุลมุน) ของทีมงานหลังครัว รอไปดูไป เห็นเขาใส่เสื้อผ้ากันขาวสะอาด ผมเผ้าเก็บเรียบร้อย งานนี้พี่ปอมเธอไม่พูดมาก ปล่อยให้อาหารพูดล้วนๆ เรามาดูกันเลยว่ามีอะไรรับประทานกันบ้าง

 – จานแรกคือ เป็นแบบ appetizer มาเรียงกันสามอย่างคือ ปลาแห้งแตงโม ชมพู่หน้าเค็ม และม้าฮ่อ ผลไม้ที่นำมาปรุงผสมกับรสชาติคาวที่คนไทยโบราณทำมานานแสนนาน และทำให้ฝรั่งว๊าวๆๆๆ ได้เสมอ จานนี้สดชื่น เรียบง่าย ซึ่งเข้ากันได้ค่อนข้างเนียนกับไวน์ตัวแรก Gnarly Head Pinot Grigio 2008 ที่รสออกกลางๆ สดๆ เป็นไวน์ใหม่ ดื่มง่ายดีค่ะ

Thai-style duck confit salad with poached pear with Gnarly Head OV Zinfendel 2009

 – จานที่สอง พี่ปอมทำพล่าทะเล ให้ทานคู่กับข้าวตังแบบไทยนี่แหละแต่ทานคู่กับคาเวียร์ ให้คอมบิเนชั่นที่คล้ายของฝรั่งที่รับประทานได้ทั่วไป แต่.. อร่อยแปลกกว่า ส่วนพล่าทะเลก็ไม่ใช่น้ำยำธรรมดาสามัญ เพราะเป็นน้ำยำเปรี้ยวหวานละมุนลิ้น เบสเป็นกระทิสด ให้อารมณ์ขนมจีนซาวน้ำหน่อยๆ ที่สำคัญ ไม่เผ็ดมาก ใครว่าอาหารไทยแท้ต้องเผ็ดเสมอไปหรือคะ ใครคะ เพราะว่าไปคนไทยเราทานอาหารหลายแบบมากๆ อะไรที่เราทานเผ็ด มันก็ควรจะเผ็ด แต่ส่วนใหญ่อาหารไทยมักเน้นความกลมกล่อม เนียนนวลของรสชาติ งานนี้ เสริมได้อย่างดีกับ Gnarly Head Chardonnay 2008 ที่รสแหลมหอมล้ำตามแบบฉบับองุ่นตัวนี้ ในเมื่ออาหารรสเริ่มแรงขึ้น ไวน์ก็ย่อมต้องเพิ่มดีกรีความเข้มด้วย เข้ากันดีเลยค่ะ

Chicken Biryani Rice with Gnarly Head Cabenet Sauvignon 2009

– เรากระตุ้นเรียกน้ำย่อยกันมาสองจาน จานที่สาม ก็เป็นจานหลักเสียที งานนี้คุณปอมเธอนำอาหารเด็ดของที่ร้านมาปรุงเพิ่มความพิสดาร คือนำเส้นหมี่ผัดกระเฉดมาผัดขึ้นโต๊ะไวน์พร้อมด้วยกั้งทอดคนละตัว ทำให้คนดื่มไวน์ตัวยงต้องโก่งคิ้วสูงด้วยความสงสัยว่ายังไงกันนี่ ให้ฉันดื่มไวน์ Gnarly Head Merlot 2008 กับกั้ง อันเป็นอาหารทะเลได้เช่นไร คำตอบคือเนื้อหมูสับ ที่แทรกตัวอย่างกลมกล่อม ในทุกอณูของเส้นหมี่ แถมผักกระเฉด คุณขา ก็รสชาติเข้มข้น งานนี้ฝรั่งลุกขึ้นมาตบมือเกรียว ไม่เคยกิน กินแล้วชอบ อยากกินอีกค่า

– เมนของพี่ปอมมีมากมายถึงสามอย่าง บอกแล้วว่าพี่เธอทำอาหารด้วยความเมามันจริงๆ จานที่สองเป็นจานที่อยู่ในดวงใจอวบๆ ของดิฉัน ชอบมาก ชอบจริงๆ ชอบที่สุด นั่นก็คือ เป็ดร่อนทรงเครื่อง รสเปรี้ยวหวานหอมของเป็ดที่กรอบนอกนุ่มใน ผสมผสานกลมกลึงกับบรรดาสมุนไพรหอมๆ ของไทย ความกรอบของดอกจอกทอด ความหวานละมุนของแพร์เชื่อมไวน์แดง จานเด็ดเช่นนี้ เขาก็เลยจัดให้เข้ากับไวน์ตัวเด็ดของตระกูลซิซิลี นั่นก็คือ Gnarly Head OV Zinfendel 2009 ที่หอมกรุ่นด้วยรสชาติเฉพาะตัว เข้าได้อย่างดีที่สุดกับเป็ดจานนี้ค่ะ

– เมนจานสุดท้าย (แม้จะอิ่มกันมากแล้ว) ก็ยังทำให้คนว๊าวๆ กันได้อีกเช่นเคย พี่ปอมทำข้าวหมกไก่มาในใบตองกลัด ไก่เสียบแท่งอบเชยย่างมาอย่างหอมกรุ่น เสิร์ฟกับอังวะอาจาด ซึ่งในที่นี้คืออาจาดที่ใส่เครื่องเทศนิดหน่อย ให้เข้ากับชุดข้าวหมกไก่ งานนี้ปิดท้ายอย่างงดงามกับไวน์ Gnarly Head Cabernet Saubignon 2009 ค่ะ

Poached banana with coconut ice cream and red wine caramel

งานนี้พวกเราปิดท้ายกันด้วยกล้วยไข่เชื่อม ไอศกรีมกะทิ ราดซอสคาราเมลไวน์แดง ที่พี่ปอมทำสุดฝีมือ ผสมรสชาติไทย ฝรั่งได้อร่อยเข้ากันมาก งานนี้ทั่งฝรั่งทั้งไทยอึ้งในความเก่งของพี่ปอม เก่งเงียบ เก่งไม่โม้ ทำเพราะรักจริงๆ หากใครอยากมาลองทาน Chef’s Table Wine Dinner แบบนี้ที่ร้านนี้ สามารถโทรมาจองล่วงหน้าได้เลยนะคะ ที่ Kitchen & More Than I Can Say, BTS: ARI, T: 02-619-8192 หรือ T: 087-000-5827 ราคาท่านละ 2,500 บาทค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s